Public Training
Productivity Roadshow 2026 ครั้งที่ 2
Day1: Intelligence-Driven Predictive Productivity : ยกระดับผลิตภาพด้วยการขับเคลื่อนโดยระบบอัจฉริยะเชิงคาดการณ์
Day2: Industrial Energy Resilience: การใช้พลังงานอย่างฉลาด มั่นคง และยั่งยืน
Loading Events
วันที่อบรม
7 - 8 พฤษภาคม 2569
เวลา 9:00-16:00 น.
ระยะเวลาอบรม : 2 วัน
วิธีการฝึกอบรม
- บรรยาย
- ฝึกปฏิบัติ

ค่าธรรมเนียม (ไม่รวม VAT) 7,500 บาท
สถาบันจดทะเบียนในนามมูลนิธิ จึงได้รับยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%

ค่าธรรมเนียม (ระบุตามจำนวนผู้เข้าอบรม)

The numbers below include tickets for this event already in your cart. Clicking "Get Tickets" will allow you to edit any existing attendee information as well as change ticket quantities.
ฝึกอบรม
7,500.00 ฿

Productivity Roadshow 2026

Intelligence-Driven Predictive Productivity
ยกระดับผลิตภาพด้วยการขับเคลื่อนโดยระบบอัจฉริยะเชิงคาดการณ์
ครั้งที่ 2: วันที่ 7-8 พฤษภาคม 2569

 

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล “ผลิตภาพ” ไม่ได้หมายถึงแค่ความเร็วอีกต่อไป แต่คือศิลปะแห่งการคาดการณ์อนาคต ภายใต้แนวคิด “Intelligence-Driven Predictive Productivity” มาร่วมพลิกกระบวนทัศน์จากเพียง “ประสิทธิภาพ” (Efficiency) สู่ “ความยืดหยุ่น” (Resiliency) ด้วยกลไกสมองของโรงงานยุคใหม่ เจาะลึกการใช้ Digital Twin และ Cyber-Physical Systems เพื่อการตัดสินใจเชิงรุก ขับเคลื่อนด้วย 5G Private Network และ Edge Computing ที่เชื่อมโยงระบบอัตโนมัติขั้นสูง (Hyper-Automation) ไว้อย่างไร้รอยต่อ ยกระดับความแม่นยำด้วย Generative AI และ Data Fusion เพื่อสร้างระบบทำนายความล้มเหลวสู่เป้าหมาย Zero-Defect ควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนผ่าน Tech-Driven ESG และ Circular Economy ให้ทุกการลงทุนตอบโจทย์ทั้ง ROI และ Net Zero

พร้อมสัมผัสประสบการณ์จริงผ่าน 4 เส้นทางดูงานระดับ Best Practice: โรงงานไร้สัมผัส (Human-Untouched), เทคโนโลยีดักจับคาร์บอน (Carbon Capture), ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Resilience) และเกษตรแม่นยำสูง (Hyper-Precision) นี่คือโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนโรงงานของท่านให้เป็นองค์กรอัจฉริยะที่พร้อมรับมือทุกความท้าทายด้วยวิสัยทัศน์แห่งอนาคต

 

วัตถุประสงค์

  1. ออกแบบแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ เพื่อยกระดับผลิตภาพและการควบคุมการผลิตแบบ Realtime
  2. วางแผนบูรณาการ Smart Integration ได้อย่างเหมาะสม ทั้งในด้านกลยุทธ์ แผนปฏิบัติการ และงบประมาณขององค์กร
  3. ประยุกต์ใช้ AI และ Predictive Analytics เพื่อลด Downtime และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
    โดยรวม (OEE)
  4. สามารถใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงธุรกิจ โดยเชื่อมโยงและจัดการข้อมูลเพื่อการคาดการณ์และควบคุมคุณภาพอย่างแม่นยำ
  5. กำหนดแนวทางการพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศและยั่งยืน ด้วยการผสานเทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม
    และแนวคิด Green/Circular Economy

 

เหมาะสำหรับ

  • ผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ (Plant Manager)
  • ผู้จัดการโรงงาน ผู้จัดการฝ่ายผลิต วิศวกรรม และซ่อมบำรุง
  • ผู้จัดการด้าน Digital Transformation / Innovation / Smart Factory
  • ทีม Data, IT, Automation และ AI
  • องค์กรที่ต้องการยกระดับด้านผลิตภาพ

วิทยากร

ดร.สมิช บัตรเจริญ
ผู้จัดการส่วนวางแผนผลิตภัณฑ์สื่อสารไร้สายโครงข่ายเฉพาะ (นักบริหาร 10)
บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

กำหนดการ

 

Day1 หัวข้อ
09.00 – 16.00 น.  Smart Integration & AI-Driven Productivity: ยกระดับสู่ความเป็นเลิศเชิงคาดการณ์ (Predictive Excellence)”

            มุ่งเน้นการสร้าง Data & Technology Mindset และการนำเครื่องมือยุคใหม่มาใช้ในการควบคุมกระบวนการผลิตและสร้างความยืดหยุ่นทางธุรกิจ

•          The Cyber-Physical Shift: พลิกกระบวนทัศน์จาก Efficiency สู่ Resiliency และ Digital Twin

 

o         Beyond Optimization: การเปลี่ยนโฟกัสจากการปรับปรุงประสิทธิภาพ (Efficiency) ธรรมดา ไปสู่การสร้าง ความยืดหยุ่น (Resiliency) ในการดำเนินงาน

o         Digital Twin & Cyber-Physical Systems (CPS): แนวคิดการจำลองโรงงานเสมือน (Digital Twin) และการบูรณาการโลกกายภาพเข้ากับโลกดิจิทัลเพื่อการตัดสินใจเชิงรุก (Proactive Decision Making)

•          5G Private & Edge Computing: โครงข่ายเส้นเลือดใหญ่ของ Hyper-Automation

           

o         Hyper-Automation: การผลักดันระบบอัตโนมัติให้ถึงขีดสุดด้วยการใช้ 5G Private Network เป็นโครงข่ายหลัก

o         Real-time Control & Edge Computing: การประมวลผลที่ขอบเครือข่าย (Edge) เพื่อให้ได้ค่า Low Latency ที่จำเป็นต่อการควบคุมหุ่นยนต์, โดรน, และเครื่องจักรแบบ Realtime

•          Generative AI & Data Fusion: สร้าง Predictive Twin สู่ Zero-Defect

o         Advanced Data Fusion: การผสานข้อมูลจากแหล่งต่างๆ (IoT, ERP, SCADA) เพื่อสร้างมุมมองเดียวในการทำนาย

o         Generative AI (GenAI) for Industry: บทบาทของ GenAI ในการช่วยวิศวกรวิเคราะห์สถานการณ์, พัฒนาโค้ด, และจำลองสถานการณ์ความล้มเหลว (Failure Simulation)

o         Predictive Twin for Zero-Defect: การใช้ AI/Machine Learning เพื่อทำนายความล้มเหลวของเครื่องจักร (Predictive Maintenance) ก่อนที่จะเกิดขึ้น และสร้างระบบควบคุมคุณภาพอัตโนมัติ (Zero-Defect Quality Control)

•          Tech-Driven ESG & Circularity: การลงทุนเพื่อ Productivity ในโลกแห่ง Green Compliance     

           

o         ESG & Green Compliance Productivity: การเชื่อมโยงการลงทุนในเทคโนโลยีกับการบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

o         Circularity & Net Zero Roadmap: การใช้ 5G/IoT/AI ในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน, การติดตาม Carbon Footprint, และการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circularity)

o         Strategic Investment & ROI: การวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการลงทุน (ROI) และการจัดทำ Tech Roadmap ที่สอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร

Day2 เยี่ยมชมและเรียนรู้จากองค์กรชั้นนำ ผ่านการดูงานที่เข้มข้น

 

09.30 – 12.00 น. Industrial Energy Resilience: การใช้พลังงานอย่างฉลาด มั่นคง และยั่งยืน         

  • Energy Security & Efficient Infrastructure:
  • โรงไฟฟ้าหนองแซงเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Cycle) ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก ซึ่งมีความเสถียรสูงและปล่อยมลพิษต่ำ
  • ศึกษาการบริหารจัดการแหล่งพลังงานเพื่อความมั่นคง (Energy Security) และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้อย่างแม่นยำ
  • Smart Energy & Circular Economy Integration:
  • การนำแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาใช้ผ่าน “ศูนย์การเรียนรู้เกษตรและแปลงนาสาธิต” บนพื้นที่ของโรงไฟฟ้าเอง
  • ศึกษาการนำทรัพยากรที่จำกัดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การนำน้ำที่ผ่านกระบวนการแล้วมาใช้ประโยชน์ในภาคเกษตรอินทรีย์ และแผนการใช้ พลังงานสะอาด (Solar Cell) เข้ามาเสริมในระบบบริหารจัดการของศูนย์ฯ อย่างครบวงจร
  • ESG & Environmental Stewardship:
  • การจัดการมลภาวะที่เหนือมาตรฐาน เช่น การรณรงค์ไม่เผาตอซังข้าวเพื่อลดก๊าซเรือนกระจกและฝุ่น PM 2.5 โดยเปลี่ยนเป็นการใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์แทน
  • สะท้อนแนวคิด Green Compliance ผ่านการทำนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ครบวงจร (Zero Waste) ซึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์ความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมพลังงาน
  • Site Tour เยี่ยมชมกระบวนการผลิต
  • ถาม – ตอบ สรุปประเด็น
  • เดินทางกลับ

 

 

  

ค่าธรรมเนียม
ราคาต่อคน (ไม่รวม VAT%) รวม (VAT 7%)
Day 1 4,000 บาท* 4,280
Day 1+ Day 2 7,500 บาท** 8,025
*ค่าธรรมเนียมรวมอาหารว่าง 2 มื้อ และอาหารกลางวัน 1 มื้อ
**ค่าธรรมเนียมรวมอาหารว่าง 3 มื้อ และอาหารกลางวัน
1 มื้อ
ไม่รวมค่าที่พัก และค่าเดินทางต่างๆ
*สถาบันจดทะเบียนในนามมูลนิธิ จึงได้รับยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

 

วิธีการชำระเงิน

  • สั่งจ่ายเช็คในนาม “มูลนิธิเพื่อสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ” หรือ “Foundation for Thailand Productivity Institute”
  • หรือ โอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาอาคารยาคูลท์ สนามเป้า ชื่อบัญชี มูลนิธิเพื่อสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ
    บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 210-0-50861-9
  • ส่งหลักฐานการชำระเงินมาที่ E-mail [email protected]

 

กรณีขอยกเลิกและขอคืนเงิน

ในกรณีที่ท่านไม่สามารถเข้าร่วมงานได้ กรุณาแจ้งรายชื่อผู้เข้าร่วมอบรมแทน หรือ แจ้งยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร

ภายใน วันที่ 27 เมษายน 2569 โดยต้องได้รับการตอบกลับจากเจ้าหน้าที่สถาบัน มิฉะนั้นทางสถาบันขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินในกรณีชำระมาแล้วหรือเรียกเก็บเงิน 50% ของค่าอบรม

 

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

โทรศัพท์: 02619-5500#432 (ประภาพร) 

หรือ 089-442-9453

E-mail: [email protected] Website: www.ftpi.or.th

           




Message us